หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
คะแนนเรตติ้งของหัวข้อนี้: ***
คุณยังไม่ได้ให้คะแนนเรตติ้งสำหรับหัวข้อนี้:
ผู้เขียน หัวข้อ: คดียุบพรรคกับหลักของสังคม  (อ่าน 3318 ครั้ง)
lucieclayton
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
กระทู้: 0

« เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2007, 12:25:55 AM »

คำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๐ นี้ จะเป็นคดีพรรคการเมืองที่ต้องจารึกลงไว้ในประวัติศาสตร์ของพรรคการเมืองไทย ที่ ๒ พรรคใหญ่ คือ พรรคประชาธิปัตย์และพรรคไทยรักไทยถูกดำเนินคดีถึงขั้นจะถูกลงโทษโดยยุบพรรคหรือไม่
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Abhisit Vejjajiva
Administrator
Normal
*****
กระทู้: 171

« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2007, 12:36:12 AM »

ช่วงนี้ไปที่ไหน  ก็มีแต่คนถามเรื่องคดียุบพรรค เพราะเหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งสัปดาห์กว่าๆก็จะถึงวันที่คณะตุลาการรัฐธรรมนูญ นัดฟังคำวินิจฉัยในคดียุบพรรคการเมือง ๕ พรรค ซึ่งรวมถึงพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคไทยรักไทยด้วย  สำหรับตัวผมนั้นต้องขอขอบคุณทุกๆท่านที่ให้กำลังใจในเรื่องนี้  และเพื่อไม่ให้ข้อคิดในบทความนี้ถูกนำไปตีความในลักษณะที่ไม่เหมาะสม  โดยเฉพาะการไปก้าวล่วงการปฏิบัติหน้าที่ของคณะตุลาการฯ  ผมจึงขอย้ำจุดยืนของผมมาโดยตลอดดังนี้


๑. ความเป็นธรรมในคดีอยู่ที่การตัดสินตามข้อเท็จจริงในคดีและข้อกฎหมาย   หากจะใช้คำพูดที่มักจะใช้กัน  ก็คงจะเป็นการตัดสินตามหลัก “นิติศาสตร์”   เพราะทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเท่าเทียมกัน    ไม่มีใครมีสิทธิที่จะอยู่เหนือกฎหมาย   คือ ทำผิดแล้วไม่ต้องรับผิด และไม่ควรมีใครที่ไม่ทำผิด ถูกลงโทษ


๒. ผมเชื่อมั่นในการทำหน้าที่ของคณะตุลาการฯ  ไม่เพียงเฉพาะประวัติ ความเป็นมาของทั้งเก้าท่านเท่านั้น  แต่จากการติดตามการทำหน้าที่ในระหว่างการไต่สวนพยานในคดี  เห็นได้ชัดว่า  ทุกท่านได้ติดตามศึกษาข้อเท็จจริงในคดีอย่างละเอียด  และให้ความเป็นธรรมในการใช้สิทธิของทุกๆฝ่าย


อย่างไรก็ตาม  สิ่งที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้  คือสิ่งที่สดับตรับฟังมาจากหลายๆฝ่าย  ที่วิเคราะห์  วิจารณ์  หรือ  แม้กระทั่งเคลื่อนไหว  ที่เกี่ยวข้องกับคดี  และมีการพูด  อ้างอิง  ถึงเหตุผล  หลัก  หรือ ตรรกะ  ที่สรุปว่า การตัดสินในคดีมีหรือควรจะมี  “ธง”  ซึ่งผมเห็นว่าความคิดหลายส่วนสะท้อนปัญหาหลายๆด้านของสังคม ที่หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข ระบบการเมืองการปกครองของเรา   โดยเฉพาะการสร้างประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จะมีปัญหาอย่างแน่นอน


ความคิดที่มีการเผยแพร่ให้ได้ยินอยู่บ่อยๆ  เช่น


๑. ความเป็นธรรมหมายถึง การตัดสินสองคดีไปในทางเดียวกัน   ซึ่งหากคิดเพียงสักนิด จะเห็นว่าเป็นความคิดที่แปลกมาก  เพราะหากข้อเท็จจริงในสองคดีไม่ตรงกัน  ก็หมายความว่าการตัดสินคดีต้องขัดกับข้อเท็จจริงว่าผู้ถูกกล่าวหา  กระทำหรือไม่กระทำความผิด  แต่ไปผูกอยู่กับอีกคดีหนึ่ง


ว่าไปแล้ว ข้อต่อสู้ข้อหนึ่งที่พรรคได้หยิบขึ้นมาโดยตลอด  ก็คือ ความพยายามของ พ.ต.ท.ทักษิณฯ  เมื่อทราบว่าจะมีคดียุบพรรคไทยรักไทยเกิดขึ้น  ที่จะให้พรรคประชาธิปัตย์ตกอยู่ในสภาวะเดียวกัน  โดยเข้าไปแทรกแซงการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งในขณะนั้น


๒. ต้องใช้ “หลักรัฐศาสตร์”  ดูจะเป็นคำกล่าวอ้างเพื่อจะให้การตัดสินคดีไม่เกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริงในคดี  การกล่าวอ้างเช่นนี้  ก็เคยทำกันมาในคดีซุกหุ้นของพ.ต.ท.ทักษิณฯ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๔  และควรจะเป็นบทเรียนสำหรับสังคมไทย  เพราะในที่สุดวิกฤติการณ์และปัญหาทั้งหลายที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา  จะหลีกเลี่ยงได้ หากเราไม่ปล่อยให้บุคคลที่ไม่โปร่งใส  ตรงไปตรงมาในเรื่องการจัดการทรัพย์สิน  หรือมีผลประโยชน์ทับซ้อนเข้ามามีอำนาจ


พื้นฐานที่สำคัญที่สุดของสังคมประชาธิปไตย คือการที่ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายอย่างเสมอภาค    หากจะมีการกล่าวอ้างว่า  การตัดสินคดีอย่างตรงไปตรงมาจะทำให้เกิดความไม่พอใจ  หรือ เกิดความวุ่นวาย  หรือในกรณีของพรรคการเมืองหากมีการอ้างว่าจำนวนสมาชิก  ความนิยม  หรือ  ความเก่าแก่ของพรรคการเมือง ทำให้พรรคการเมืองเหล่านั้นถูกลงโทษไม่ได้  ก็จะทำให้ต่อไป  การสร้างกระแสมวลชน  การอ้างเสียงข้างมาก  หรือความนิยม  ถูกนำมาเป็นเกราะกำบังเพื่อจะทำอะไรก็ได้  รวมทั้งการกระทำที่ผิดกฎหมาย  ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง


๓. ยึด “ธง” ทางการเมืองเป็นตัวนำ   หลายฝ่ายในสังคมมองคดีที่เกิดขึ้นเป็นเพียงช่องทางหรือ เครื่องมือทางการเมือง   และแสดงทัศนะ หรือ เคลื่อนไหวเพื่อให้เกิดผลตามที่ฝ่ายตนต้องการ ซึ่งเป็นวิธีคิดที่ไม่สอดคล้องกับทั้งความเป็นจริง และ หลักการที่ถูกต้อง   เช่น


๓.๑ ยุบพรรคเพื่อกวาดล้างนักการเมืองเก่าๆ   โดยเฉพาะถ้ามีการเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งตามประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  (คปค.)  ฉบับที่ ๒๗   ทั้งที่โดยข้อเท็จจริง แม้ยุบทั้ง ๒ พรรคใหญ่  ก็จะมีนักการเมืองเก่าๆ  ทั้ง  นายบรรหาร  ศิลปอาชา   พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ  นายเสนาะ  เทียนทอง พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์  รวมทั้งบุคคลที่ไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรคของทั้ง ๒ พรรคที่ถูกยุบ


นอกจากนี้  ความคิดเช่นนี้ตั้งอยู่บนความอคติที่มีต่อนักการเมืองอย่างรุนแรง  โดยไม่แยกแยะความเป็นจริงที่มีนักการเมืองที่ดี  และเลวปะปนกันอยู่  ไม่ยอมรับความเป็นจริงว่า  ในประเทศประชาธิปไตยทุกประเทศ  ไม่มีที่ใดหนีนักการเมืองอาชีพได้  และนักการเมืองมืออาชีพที่ดี   คือ ผู้ที่มีความพร้อมจะบริหารบ้านเมืองที่สุด  การคาดหวังว่าจะมีคนดี เข้ามาสู่การเมืองในเวลาอันสั้น  ก้าวสู่อำนาจ และสามารถบริหารบ้านเมืองได้ดี  ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่ปรากฏมาโดยตลอด


หากจะขจัดนักการเมืองเลว  วิธีการที่ดีที่สุด  คือ การรณรงค์ให้ประชาชนไม่เลือกคนเหล่านั้น    หากระบบการเลือกตั้งไม่ดี  ไม่บริสุทธิ์  ยุติธรรม  หรืออยู่ภายใต้อิทธิพลของเงิน หรือความไม่ถูกต้อง  ก็ต้องแก้ที่จุดนั้น  จึงจะเป็นไปตามหลักประชาธิปไตย  นอกจากนี้หากนักการเมืองคนใดทำผิดกฎหมาย  ก็ว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม  เมื่อถูกลงโทษ ก็จะทำให้บุคคลนั้นขาดคุณสมบัติที่จะมาดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้  แต่หากพรรคการเมืองไม่ได้ทำผิด  การทำลายล้างสถาบันเพื่อขจัดตัวบุคคลเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง
 
๓.๒ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ต้องยุบไทยรักไทย  เพื่อต่อสู้กับระบอบทักษิณ  หรือ เพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับการรัฐประหาร  เป็นอีกกระแสหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นมา  แต่ถ้าพรรคไทยรักไทยไม่ได้ทำผิด  ความคิดนี้เป็นความคิดที่ผิดอย่างรุนแรง  และ ปราศจากเหตุผล  เพราะหากประชาชนมองว่า การยุบพรรคไทยรักไทยเป็นการกลั่นแกล้ง  ก็จะทำให้ระบอบทักษิณอ้างความชอบธรรมได้มากขึ้น  แสดงตัวเป็นฝ่ายประชาธิปไตยได้มากขึ้น  ขณะที่ คมช.และรัฐบาล จะตกเป็นจำเลยของสังคมไทย และ สังคมโลก


แม้แต่การรัฐประหารก็ไม่เกี่ยวข้องกับคดีนี้  เพราะคดีนี้เกิดขึ้นก่อนวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ หากจะมีส่วนเกี่ยวพันกับเหตุผล ๔ ข้อ ที่คปค. ได้ประกาศไว้ในการทำรัฐประหาร  ก็ได้รับการแก้ไขไปแล้ว คือ การเปลี่ยนแปลงองค์คณะของตุลาการรัฐธรรมนูญเพื่อไม่ให้ถูกครอบงำโดยรัฐบาลชุดก่อน


๓.๓ ยุบ ๒ พรรค แต่ใช้กฎหมายเก่าเป็นทางออกที่ประนีประนอม  ความคิดนี้อ้างว่า  หากไม่ตัดสิทธิเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรค  ก็ไม่มีผลกระทบรุนแรง   พรรคที่ถูกยุบก็ไปจดทะเบียนใหม่  นักการเมืองทุกคนก็ยังเป็นนักการเมืองต่อไปได้  ไม่มีใคร “เสียหน้า” 


ความคิดในลักษณะนี้  มองการเมืองเป็นเรื่องเล่น  ไม่เห็นความสำคัญของพรรคการเมือง  ในลักษณะที่เป็นสถาบัน  ต้องการนำไปสู่การเมืองระบบนอมินีบ้าง  หรือ ต้องการสร้างปัญหาให้พรรคการเมืองที่มีระเบียบแบบแผนแบบพรรคประชาธิปัตย์บ้าง    ซ้ำร้ายความคิดนี้  มีการเคลื่อนไหวสนับสนุนเพื่อประโยชน์ของบางกลุ่ม  โดยเฉพาะกลุ่มการเมืองที่แตกออกมาจากพรรคไทยรักไทย  เพราะ  “ธง” นี้คือ การดิสเครดิต ๒ พรรคใหญ่   พรรคไทยรักไทยจะอ่อนแอลง   พรรคประชาธิปัตย์จะสับสน   เพราะจะมีปัญหาในบทบาทของกรรมการบริหารชุดก่อนและหลังยุบ   ขณะที่เป็นการปูทางกลุ่มการเมืองที่ตั้งพรรคใหม่ในระบบนอมินี   หรือ แม้แต่เพื่อปูทางจับมือกับบางคนบางกลุ่มใน คมช.เพื่อสืบทอดอำนาจ
 
กระแสเกี่ยวกับการยุบพรรคขณะนี้  จึงเป็นตัวสะท้อนสภาพปัญหาของสังคมเป็นอย่างดี  หากไม่สามารถก้าวข้ามความคิดที่ไม่มีหลัก  การเมืองก็จะประสบกับวังวนของปัญหาเก่าๆไม่รู้จบ


พรรคการเมืองเป็นสถาบันการเมืองที่สำคัญ  และต้องปฏิบัติตามกฎหมาย  การคลี่คลายปัญหาเรื่องนี้จึงไม่มีอะไรดีกว่า  การพิจารณาอย่างตรงไปตรงมา  ตามข้อเท็จจริง ซึ่งผมเชื่อว่า  เป็นความตั้งใจของคณะตุลาการฯ และ หากการดำเนินการเป็นไปตามแนวทางนี้ โดยคณะตุลาการฯ แจกแจงข้อเท็จจริงและเหตุผลของคำวินิจฉัยอย่างชัดเจนแล้ว  สังคมก็น่าจะยอมรับและผ่านปัญหานี้ไปได้


จึงขอให้ทุกฝ่ายเป็นกำลังใจให้การทำหน้าที่ของคณะตุลาการฯ ไม่อยู่ภายใต้แรงกดดันใดๆ  นอกจากความถูกต้อง  และช่วยกันสร้างค่านิยมที่ถูกดีในสังคมเพื่อความสงบเรียบร้อยที่ยั่งยืนของบ้านเมือง

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ป้ามันทน์
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
กระทู้: 17

« ตอบ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 21, 2007, 05:07:08 PM »

ณ วันนี้ยังเชื่อมั่นในคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และเชื่อว่าพรรคปชป.จะได้รับความเป็นธรรม  อย่างไรก็ตามหากศาลรัฐธรรมนูญใช้หลักคิดในการพิจารณาโดยไม่ใช้หลักนิติศาสตร์เป็นหลักเฉกเช่นกรณีซุกหุ้นเมื่อปี 44  ประเทศเราก็สิ้นหวังกับกระบวนการยุติธรรมโดยสิ้นเชิง  
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ครูเฮ
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
เพศ: ชาย
กระทู้: 0

« ตอบ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2007, 12:38:10 PM »

ขอภาวนาให้พรรคปชป.ดำรงคงอยู่ต่อไป และขอลุ้นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปคือคุณอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ    Confirm!
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Wang Xiao
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
เพศ: ชาย
กระทู้: 0

« ตอบ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 25, 2007, 11:14:39 PM »

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับ ปชป. ในวันที่ 30 พ.ค. ขอให้คงความเป็นสถาบันและเป็นที่พึ่งของคนไทยตลอดไป
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ฝ้ายน้อย
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
เพศ: ชาย
กระทู้: 0

« ตอบ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 29, 2007, 03:17:26 AM »

ยังเหมือนเดิมรักปชป.มาตั้งแต่รุ่นปู่แล้วล่ะจ้า
สู้ต่อไปอามาร์ค
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
sodajazz
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
กระทู้: 6

« ตอบ #6 เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2010, 04:16:37 PM »

ขอเอาใจช่วยนะคะ  อยากให้เมืองไทยมีพรรคการเมืองดีๆ เป็นศรีแก่ประเทศชาติบ้าง
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: