เพราะรัฐบาลกำลังจะตราพระราชบัญญัติ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งจะออกมาเพื่อคุ้มครองผู้ที่ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ได้รับผลกระทบจากผู้ดื่มอยู่แล้ว
๑. ผมสนับสนุนมาตรการในการที่จะลดการดื่มสุรา โดยเฉพาะในหมู่เด็กและเยาวชน เนื่องจากระยะหลังการดื่มสุราของคนไทยได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีผู้ดื่มใหม่โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน ความสูญเสียที่เกิดจากการดื่มสุรามีมาก เช่น ความสูญเสียจากอุบัติเหตุ อันเนื่องมาจากการดื่มสุรา ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆของประเทศ
๒. ผมอยากให้มาตรการที่จะออกมา เป็นการดำเนินการอย่างเป็นระบบครบวงจร แต่เนื่องจากเรื่องนี้มีข้อพิจารณาหลายแง่มุม ทั้งเรื่องสิทธิ เสรีภาพ มิติทางเศรษฐกิจและสังคม จำเป็นที่จะต้องพิจารณาความเชื่อมโยงต่างๆ และควรมีการจัดลำดับ ความสำคัญและจุดเน้นที่เหมาะสม เช่น การเข้มงวดกวดขันการขายสุราบริเวณใกล้สถานที่ศึกษา การเข้มงวดเรื่องการดื่ม และการขับ เป็นต้น
๓. เมื่อมีมาตรการการห้ามโฆษณา โดยมีข้อยกเว้นมิให้ใช้บังคับหรือการจำกัดในเรื่องการถ่ายทอดสดกีฬา รัฐบาลต้องดูแลให้การใช้มาตรการนี้เกิดความเป็นธรรม เพราะจะเกิดปัญหาการโฆษณาจากต่างประเทศ รวมทั้งปัญหาบริษัทที่ผลิตสุราและผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น น้ำดื่ม ที่ใช้ตราสินค้ายี่ห้อเดียวกัน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ และมีลักษณะที่เอื้อต่อกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ หรือกลุ่มที่ครองตลาดอยู่ในปัจจุบัน
๔. เมื่อไม่มีการโฆษณา ค่าใช้จ่ายมหาศาลในการตลาดของบริษัทผลิตสุรา ก็จะหมดไป ดังนั้น ควรขึ้นภาษีเหล้า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการลดราคาเพื่อจูงใจให้มีการดื่มมากขึ้น และน่าที่จะถือโอกาสนี้ ปรับโครงสร้างภาษีเหล้า ให้เก็บตามดีกรีของแอลกอฮอล์
๕. ภาษีที่เก็บได้เพิ่มขึ้นควรนำไปใช้ในการรณรงค์ รวมทั้งโฆษณาให้คนตระหนักถึงอันตรายของสุรา และชดเชยการสูญเสียรายได้ของวงการกีฬาในปัจจุบัน
๖. สำหรับเรื่องการกำหนดอายุขั้นต่ำของผู้ซื้อสุรานั้น ผมไม่เห็นด้วยที่จะเพิ่มเป็น ๒๕ ปี เป็นไปได้อย่างไรที่คนที่มีสิทธิเลือกตั้งแล้ว บรรลุนิติภาวะแล้ว กลับถูกมองว่าขาดวิจารณญาณในการจะดื่มหรือไม่ นอกจากนี้การกำหนดอายุขั้นต่ำ ๒๕ ปี ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงเพราะบุคคลอายุ ๒๐ ปี สามารถเข้าสถานบันเทิงได้ ดังนั้น ถ้าจะเพิ่มอายุขั้นต่ำของผู้ซื้อสุราจาก ๑๘ ปี ควรเป็น ๒๐ ปี และควรพิจารณาต่อไปด้วยว่า ควรมีการกำหนดอายุขั้นต่ำของผู้ดื่มสุราหรือไม่
๗. มาตรการทั้งหมดนี้จะได้ผลมากน้อยเพียงใดขึ้นกับการบังคับใช้กฎหมายด้วย รัฐบาลควรมีการจัดตั้งกลไกขึ้นมาเฉพาะเพื่อติดตาม กำกับ ดูแล มาตรการต่างๆให้เกิดผลอย่างจริงจัง โดยควรมีการประเมินผลของมาตรการต่างๆ เป็นระยะๆ เพื่อทบทวนปรับปรุงตามความเหมาะสมต่อไป