หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
หัวข้อนี้ยังไม่ได้ให้คะแนนเรตติ้ง
คุณยังไม่ได้ให้คะแนนเรตติ้งสำหรับหัวข้อนี้:
ผู้เขียน หัวข้อ: เศรษฐกิจ(ตอน 3)  (อ่าน 617 ครั้ง)
KT.
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
เพศ: ชาย
กระทู้: 250

« เมื่อ: มีนาคม 20, 2008, 05:19:31 PM »

ครับคุยความเป็นมาเศรษฐกิจโลกในอดีตมาจนปัจจุบัน เอาพอเข้าใจได้ แต่บอกก่อนนะครับบางอย่างมันเยอะจนไม่สามารถอธิบายความได้ บางท่านบอกข้ามส่วนนั้นส่วนนี้ครับผมยอมรับเพราะมันคือการสรุปความพอเข้าใจที่มาที่ไปและผมก็ไม่ได้จบเศรษฐศาสตร์แค่ผมพยามค้นคว้าหาความรู้เพื่อมาพูดคุยกัน ในวิชาเศรษฐศาสตร์มีความละเอียดอ่อนและมีอะไรในตัวมันเยอะมากท่านอภิสิทธิ์คงทราบใช่มั้ยครับ ถ้าจะเอาอย่างละเอียดผมคงต้องส่งข้อความมาคุยกับท่านอภิสิทธิ์ทุกวันอย่างน้อย 1 ปีแน่ๆเลยครับ ท่านจะเบื่อซะก่อน ถ้าท่านผู้รู้คนไหนอยากจะให้ความรู้เพิ่มเติม ผมก็ขอน้อมรับครับ
บางท่านถามผมว่าพูดเรื่องโจ๊กทำไมไม่เห็นเข้าประเด็นเลยครับเรื่องโจ๊กที่เล่าไปคราวที่แล้วมันหมายความว่าคนเราต้องเปิดใจรับฟังคนอื่นภาษาฝรั่งเรียกว่า open mind ความรู้บางอย่างอาจจะไม่ได้มาจากห้องทดลองเสมอไปอาจจะมาจากก้นครัวก็ได้ครับ
พูดถึงภูมิภาคเราก่อนจะเข้าประเทศไทย ประเทศที่มีทรัพยากรที่มีค่าของโลกอย่างน้ำมัน (น้ำมันเป็นปัจจัยหนึ่งในระบบเศรษฐกิจ มีหลายปัจจัย แต่ปัจจุบันน้ำมันสำคัญที่สุด ยุคอดีตโบราณเป็นเรื่องอาหารเดี๋ยวค่อยว่ากัน) เช่น บรูไน มาเลย์ อินโด ดูจะไม่ค่อยเดือดร้อนนัก สิงคโปร์ ถึงจะไม่มีน้ำมันทรัพยากรน้อยแต่ก็เหมือนมี เพราะเค้าเป็น เทรด เป็นตัวกลางของสินค้า ผู้นำเค้ารู้ทันเลยวางระบบของสิงคโปร์ซะเข้มแข็ง พม่า ทรัพยากรเยอะมาก แต่ก็คงไม่ต้องยุ่งกะเค้าเพราะเค้าไม่ยุ่งกะใครมานานแล้วเค้าก็อยู่ของเค้าได้ แต่ผมว่าไม่ใช่ยุ่งกะเค้าไม่ได้เลยแต่ต้องใช้ความจริงใจสูงมาก เพราะเค้าหวาดระแวงฝรั่งและพันธมิตรของฝรั่งทั้งหมด ส่วน ลาว เขมร ผมว่า 2 ประเทศนี้ผู้คนเค้าก่อปัญหาให้เราเยอะมากเดี๋ยวมาว่ากัน  เวียดนามคล้ายๆไทยทรัพยากรคล้ายกันและตอนนี้เป็นคู่แข่งกัน(ซึ่งไม่รู้จะแข่งกันทำไมน่าจะฮั้วกันทีชาติอื่นเค้าฮั้วกันโครมๆ หรือผู้นำชาติเราไม่จริงใจจะคุยกะเค้าจริงๆจังๆ) แต่แผ่นดินโดนระเบิดจากสงครามเลยทำให้ผลิตอะไรสู้ไทยไม่ได้แต่เดี๋ยวนี้ไม่แน่ และเวลาเกิดวิกฤตโลกหลายๆอย่างจะมีปัญหาคล้ายๆกัน แต่เนื่องจากเป็น คอมมิวนิสต์ กฎหมายที่จะบังคับผู้คนเลยเข้มข้นกว่าไทย
ส่วนไทย จุดแข็งคือ เป็นแหล่งอาหารโลก ปลูกอะไรก็ขึ้น จนได้ชื่อว่าเป็นสุวรรณภูมิ คือ แผ่นดินทอง ในน้ำมีปลาในนามีข้าว ใครใคร่ค้าม้าค้า ใคร่ค้าช้างค้า จนไม่เหลืออะไรจะค้า เมื่อก่อน มหาอำนาจเล็งเห็นแหล่งอาหารตรงนี้จึงเข้ามายุ่งกับเราเยอะมากและช่วยกันปกป้องไม่ให้กระทบสงครามจนผลิตอาหารป้อนโลกไม่ได้หรือปลูกอะไรไม่ขึ้น พอดีประเทศเราว่านอนสอนง่าย ถ้าหัวแข็งก็คงเป็นเหมือนเวียดนาม อุดมสมบูรณ์มาก ใคร อดจากที่ไหนอพยพมาอยู่ดินแดนนี้อิ่มกันทุกคน แถมเหลือเก็บบานอีกต่างหาก
เห็นมั้ยครับว่า ประเทศแถบบ้านเราก็มีน้ำมัน อย่าง บรูไน มาเลย์ อินโด แต่แปลก เมื่อเกิดวิกฤตน้ำมัน ทำไมผู้นำเรา ทีเป็นมิตรประเทศกันไม่ไปขอความช่วยเหลือแบ่งน้ำมันขายให้เราราคาถูกบ้างไม่ได้(แต่ต้องคุยกันเงียบๆนะครับ) หรือผู้นำบ้านเราไม่สนใจที่จะไปขอความช่วยเหลือเรื่องน้ำมันจากเค้าอย่างจริงจัง หรือประเทศเค้ามีใครกดหัวอยู่อย่างที่เกริ่นนำมา หรือ เพราะระดับผู้นำบ้านเราไม่เดือดร้อน แม้จะเป็นลิตรละ 1,000  ก็มีตังค์ซื้อ เพราะมีเงินกันคนละร้อยล้านพันล้าน ผมก็คิดไปเรื่อยครับตามประสาคนมองโลกในแง่ร้าย
ในขณะที่เวลาเค้าเกิดปัญหาไม่มีข้าวกิน ข้าวแพงขาดตลาดโลก ผู้นำเค้ามาขอมิตรประเทศอย่างเราเรารีบช่วยทันที
แปลกนะครับ
ถ้าผมไม่รีบพูดถึงปัญหาบ้านเราคราวนี้ก็คงไม่ได้พูดแน่ จะพูดเรื่องของผู้คนก่อน ผมแบ่งวิกฤตผู้คนประเทศเราเป็นดังนี้ครับ
1 คนที่ไม่มีปัญหาใดๆในด้านเศรษฐกิจเลยไม่ว่าโลกจะเป็นยังไง คือ มีทุกอย่างเกินพอมากๆนั่นเอง
2 พอดีพอดีครับ
3 ปริ่มๆ เดี๋ยวอยู่ได้ เดี๋ยวอยู่ไม่ได้
4 อยู่ไม่ได้เลย เดือดร้อนมาก คือ ไม่พอนั่นเอง

คนบ้านเรา  ข้อ 3 กับ ข้อ 4 นี้เยอะครับ เพราะบางที พวกข้อ 2 ก็ตกมาอยู่ร่วมกับ ข้อ 3,4 อยู่ที่ รัฐสมัยนั้นเก่งหรือไม่ เค้าถึงเรียกผู้นำไงครับ เราคือผู้ตามเรามีหน้าที่ตาม เพราะพวกเค้าไม่รู้หรอกครับว่า เงินมันเฟ้อขึ้นทุกปีแปลว่า ค่าเงินมันน้อยลง และของมันแพงขึ้น ค่าแรงเท่าเดิมเพราะ คิดไม่เป็น ถ้าคิดเป็นทุกคนตาม ทฤษฎี คาร์ลมาร์ก ก็คงเกิดจลาจลละครับ รัฐต้องคิดค่าแรงขั้นต่ำให้ ไม่งั้นก็ไม่มีเงินไปซื้อหมูมากิน เดี๋ยวค่อยคุยประเด็นนี้ ถึงเรียกว่าผู้ตามไงครับ

และสังคมไทย แบ่งเศรษฐกิจเป็น
1 เศรษฐกิจคนเมือง (คนต่างจังหวัด ถ้าอยู่ในเมือง อย่าง อุบล ถ้าอยู่ในเมืองอุบล ผมก็เรียกว่าคนเมืองตาม    
    ความคิดของผมครับ)
2 คนชนบท คงไม่ต้องแปลแล้วนะครับ
 ประเทศเราได้เปรียบตรงในน้ำมีปลาในนามีข้าว ทำให้คนในชนบทไม่เดือดร้อนนักเมื่อเกิดวิกฤตอะไรก็แล้วแต่ แต่คนเมืองเดือดร้อนตามกระแสโลกครับ
ว่าจะคุยเรื่องปัญหาที่รัฐบาลแก้อยู่ตอนนี้ เคยได้ยินคำว่า วิชวล มั้ยครับ คือการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้ามีเหตุตรงไหนก็แก้ตรงนั้น มันไม่ไม่ยั่งยืนยังไงปัญหามันก็ไม่จบ ไว้คราวหน้าเราค่อยมาคุยเรื่องบ้านของเราเต็มๆซะทีครับ
ด้วยความเคารพอย่างสูง
KT.
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: